ตะกร้าสินค้าของคุณ
-
อุปกรณ์เสริมรถยนต์
-
กล้องติดรถยนต์
-
รถยนต์ไฟฟ้า
-
อะไหล่รถยนต์
-
น้ำมันเครื่อง และสารสังเคราะห์
-
ไส้กรองและกรอง
หมวดหมู่สินค้า
-
อุปกรณ์เสริมรถยนต์
-
กล้องติดรถยนต์
-
ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์
-
รถยนต์ไฟฟ้า
-
อะไหล่รถยนต์
-
น้ำมันเครื่อง และสารสังเคราะห์
-
ไส้กรองและกรอง
สินค้าใหม่และโปรโมชั่น
140.00 ฿
บทความน่ารู้
ขับขี่มั่นใจทุกเส้นทาง อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยที่คนมีรถควรรู้
ขับขี่อย่างปลอดภัย เริ่มต้นได้ด้วยการตรวจเช็คสภาพรถ! การดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอไม่ได้ช่วยแค่ยืดอายุการใช้งานของรถเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย บางครั้งเราอาจละเลยการบำรุงรักษาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้ การตรวจเช็คประจำเดือนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง นี่คือ 5 จุดสำคัญที่คุณควรตรวจเช็คเป็นประจำทุกเดือน 1. ยางรถยนต์: ผู้สัมผัสถนนคนสำคัญ ยางรถยนต์คือจุดเชื่อมต่อเดียวระหว่างรถกับพื้นผิวถนน ความสมบูรณ์ของยางจึงมีผลโดยตรงต่อการยึดเกาะถนน การเบรก และการควบคุมรถ แรงดันลมยาง: ตรวจสอบแรงดันลมยางให้เป็นไปตามที่ผู้ผลิตกำหนด (สามารถดูได้จากสติกเกอร์ที่ประตูข้างคนขับหรือคู่มือรถ) แรงดันลมยางที่เหมาะสมช่วยให้รถเกาะถนนดี ประหยัดน้ำมัน และยางสึกหรอเท่ากัน หากลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้ยางบวมและสึกหรอเร็ว หากแข็งเกินไป จะทำให้รถกระด้างและหน้ายางสึกหรอตรงกลางมากกว่าปกติ สภาพดอกยาง: สังเกตความลึกของดอกยาง หากดอกยางเหลือน้อยกว่า 3 มม. ควรพิจารณาเปลี่ยนยางใหม่ นอกจากนี้ ให้ตรวจดูรอยแตก รอยฉีกขาด หรือวัตถุแปลกปลอมที่อาจฝังอยู่ในร่องยาง 2. ระบบไฟส่องสว่าง: มองเห็นและถูกมองเห็น ระบบไฟของรถยนต์มีความสำคัญต่อความปลอดภัยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนหรือสภาพอากาศที่ทัศนวิสัยไม่ดี ไฟหน้า: ตรวจสอบว่าไฟสูง-ไฟต่ำทำงานปกติทั้งสองข้าง ไฟท้ายและไฟเบรก: ตรวจสอบว่าไฟท้ายสว่างทั้งสองข้าง และไฟเบรกติดเมื่อเหยียบเบรก ไฟเลี้ยว: ตรวจสอบไฟเลี้ยวหน้า-หลัง และไฟเลี้ยวด้านข้างว่ากะพริบปกติ ไฟตัดหมอก (ถ้ามี): ตรวจสอบการทำงานของไฟตัดหมอก ไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก): ตรวจสอบว่าทำงานปกติ 3. ระดับของเหลวต่างๆ: หล่อเลี้ยงระบบให้ทำงานราบรื่น ของเหลวต่างๆ ในรถยนต์มีบทบาทสำคัญในการหล่อลื่น ระบายความร้อน และสร้างแรงดันในระบบต่างๆ น้ำมันเครื่อง: ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องขณะเครื่องเย็นและจอดรถบนพื้นราบ ระดับน้ำมันควรอยู่ระหว่างขีด Min และ Max หากต่ำกว่าขีด Min ควรเติมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม น้ำมันเบรก: ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกในกระปุก หากระดับลดลงอย่างผิดปกติ อาจบ่งบอกถึงการรั่วซึม หรือผ้าเบรกใกล้หมด ควรนำรถเข้าศูนย์บริการ น้ำในหม้อน้ำ/หม้อพักน้ำ: ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นให้เหมาะสม ควรเติมด้วยน้ำยาหล่อเย็น (Coolant) เพื่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนและป้องกันสนิม น้ำฉีดกระจก: ตรวจสอบระดับน้ำฉีดกระจกและเติมให้เต็ม เพื่อให้สามารถทำความสะอาดกระจกบังลมหน้าได้ตลอดเวลา 4. ระบบเบรก: หยุดรถได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกคือหัวใจสำคัญในการควบคุมความเร็วและหยุดรถอย่างปลอดภัย ผ้าเบรก: หากได้ยินเสียงเสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดขณะเบรก หรือรู้สึกว่าแป้นเบรกยุบตัวลงไปมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าผ้าเบรกใกล้หมด ควรรีบนำรถไปให้ช่างตรวจสอบ จานเบรก: สังเกตว่าจานเบรกมีรอยสึกหรอเป็นร่องลึก หรือมีรอยไหม้หรือไม่ หากมี อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเบรก แป้นเบรก: ตรวจสอบระยะฟรีของแป้นเบรก ไม่ควรมีระยะฟรีมากเกินไป และเมื่อเหยียบเบรกควรให้ความรู้สึกแน่นหนึบ 5. แบตเตอรี่: ต้นกำเนิดพลังงาน แบตเตอรี่เป็นแหล่งจ่ายไฟหลักของรถยนต์ หากแบตเตอรี่มีปัญหา อาจทำให้สตาร์ทรถไม่ติด หรือระบบไฟฟ้าอื่นๆ ทำงานผิดปกติ ขั้วแบตเตอรี่: ตรวจสอบว่าขั้วแบตเตอรี่แน่นหนา ไม่มีคราบขี้เกลือเกาะ หากมีให้ทำความสะอาด สภาพแบตเตอรี่: ตรวจสอบสภาพโดยรวมของแบตเตอรี่ว่ามีรอยบวม รั่วซึม หรือไม่ ระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น): ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นให้อยู่ระหว่างขีด Lower และ Upper หากต่ำกว่า ควรเติมน้ำกลั่นบริสุทธิ์ การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการตรวจเช็ค 5 จุดสำคัญเหล่านี้เป็นประจำทุกเดือน จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระยะยาวอีกด้วย ความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มต้นที่ตัวคุณเองและรถของคุณ สินค้าแนะนำ[product_category category=”parts-cleaner” limit="4" columns=”4″ orderby=”date” order=”desc”].
เสียงผ้าเบรกดัง ปกติหรือไม่ ? แก้ไขอย่างไร ?
เสียงผ้าเบรกดังเป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับผู้ขับขี่หลายคน และบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดความกังวลว่ารถกำลังมีปัญหา บทความนี้จะอธิบายว่าเมื่อไหร่ที่เสียงผ้าเบรกดังเป็นเรื่องปกติ และเมื่อไหร่ที่ควรได้รับการตรวจสอบ รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ เสียงผ้าเบรกดัง ปกติหรือไม่ ? เสียงผ้าเบรกดังไม่ได้หมายความว่ารถของคุณมีปัญหาเสมอไป บางครั้งเสียงดังเป็นเรื่องปกติและไม่เป็นอันตราย แต่บางครั้งก็เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องดูแลระบบเบรกแล้ว เมื่อไหร่ที่เสียงดังเป็นเรื่องปกติ ? ช่วงเช้าตรู่หรือหลังฝนตก: ความชื้นหรือน้ำค้างที่เกาะอยู่บนจานเบรกและผ้าเบรกสามารถทำให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดได้เมื่อคุณเหยียบเบรกครั้งแรกในตอนเช้า หรือหลังจากที่รถจอดตากฝนมาสักพัก เสียงนี้มักจะหายไปเองเมื่อผ้าเบรกและจานเบรกร้อนขึ้นจากการใช้งาน หลังจากการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่: ผ้าเบรกใหม่บางครั้งอาจจะยังไม่เข้าที่กับจานเบรก ทำให้เกิดเสียงดังได้ในช่วงแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเปลี่ยนผ้าเบรกต่างยี่ห้อหรือต่างประเภทกับของเดิม เสียงนี้มักจะหายไปเองหลังจากใช้งานไปสักระยะหนึ่ง เบรกกะทันหันหรือเบรกแรงๆ: ในบางกรณี การเบรกอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดเสียงดังได้ เนื่องจากแรงเสียดทานที่สูงมากระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก เมื่อไหร่ที่เสียงดังเป็นสัญญาณเตือนปัญหา ? เสียงแหลมสูงคล้ายโลหะเสียดสีกัน: นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าผ้าเบรกของคุณสึกหรอจนถึงจุดที่ตัวเตือนการสึกหรอ (wear indicator) ซึ่งเป็นโลหะเล็กๆ ติดอยู่กับผ้าเบรก เริ่มเสียดสีกับจานเบรก หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้จานเบรกเสียหายได้ เสียงครืดคราดหรือเสียงเสียดสีรุนแรง: เสียงนี้อาจบ่งชี้ว่าผ้าเบรกสึกหรอหมดแล้ว และโลหะของก้ามเบรกกำลังเสียดสีโดยตรงกับจานเบรก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งและสามารถทำให้ระบบเบรกล้มเหลวได้ เสียงดังตลอดเวลาแม้ไม่ได้เหยียบเบรก: หากได้ยินเสียงดังจากล้อตลอดเวลา อาจเป็นไปได้ว่ามีหินหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก หรือลูกปืนล้อมีปัญหา เสียงดังพร้อมกับการสั่นสะเทือนที่แป้นเบรก: หากคุณรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนที่แป้นเบรกพร้อมกับเสียงดัง อาจเป็นสัญญาณว่าจานเบรกคดหรือมีปัญหา หรือมีการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอของผ้าเบรก แนวทางในการแก้ไขเสียงผ้าเบรกดัง การแก้ไขเสียงผ้าเบรกดังขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา หากเป็นเสียงดังตามธรรมชาติ มักจะไม่ต้องทำอะไร แต่หากเป็นสัญญาณของปัญหา ควรได้รับการตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็วที่สุด การแก้ไขเบื้องต้นที่คุณอาจพิจารณา ทำความสะอาดระบบเบรก: บางครั้งฝุ่นเบรกหรือสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผ้าเบรกและจานเบรกอาจทำให้เกิดเสียงดัง การทำความสะอาดระบบเบรกด้วยน้ำยาทำความสะอาดเบรกโดยเฉพาะอาจช่วยได้ ตรวจสอบและทำความสะอาดผ้าเบรกและจานเบรก: หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ หรือมีการสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอ การถอดล้อและตรวจสอบผ้าเบรกและจานเบรกด้วยตัวเอง (หากมีความรู้และเครื่องมือ) หรือให้ช่างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการให้ เจียรจานเบรก: หากจานเบรกคดหรือมีรอยจากการเสียดสี การเจียรจานเบรกจะช่วยให้ผิวจานเบรกเรียบเสมอกัน ซึ่งจะช่วยลดเสียงดังและเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก เปลี่ยนผ้าเบรก: หากผ้าเบรกสึกหรอจนถึงจุดที่ต้องเปลี่ยน ไม่ควรลังเลที่จะเปลี่ยนผ้าเบรกคู่ใหม่เสมอ และควรเลือกผ้าเบรกที่มีคุณภาพเหมาะสมกับรถของคุณ หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง: บางครั้งเสียงดังอาจเกิดจากการเสียดสีของชิ้นส่วนโลหะของระบบเบรกที่ไม่ได้รับการหล่อลื่นอย่างเพียงพอ การใช้จาระบีหล่อลื่นสำหรับระบบเบรกโดยเฉพาะอาจช่วยลดเสียงได้ เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ ? หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับสาเหตุของเสียง หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง แนะนำให้รีบนำรถเข้าอู่ซ่อมบำรุงหรือศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินอาการอย่างละเอียด การละเลยปัญหาเสียงผ้าเบรกดังอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าและเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการขับขี่ได้ เสียงผ้าเบรกดังเป็นเรื่องปกติในบางกรณี แต่ก็สามารถเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขได้ สิ่งสำคัญคือการสังเกตลักษณะของเสียงและความถี่ในการเกิดเสียง หากคุณไม่แน่ใจหรือไม่สบายใจกับเสียงที่ได้ยินจากระบบเบรกของรถยนต์ การนำรถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้ร่วมใช้ถนน สินค้าแนะนำ[product_category category=”bendix” limit="4" columns=”4″ orderby=”date” order=”desc”].
ข้อควรรู้ หากไม่เช็กระยะรถยนต์ จะเกิดอะไรขึ้น
ความรู้จักการเจิมรถเสริมมงคลและแนะนำวัดเด็ด เจิมรถวัดไหนดี ที่หลายๆ คนนิยมไปเจิมรถกันมาฝาก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่สนใจด้วย
ข้อควรระวัง ในการขับรถเมื่อฝนตกหนัก
ฝนตกหนักก่อให้เกิดอุปสรรคในการขับขี่ อีกทั้งรอยน้ำมันและของเหลวในเครื่องยนต์ก็อาจไหล และลอยอยู่เหนือน้ำฝนบนพื้นถนน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดพื้นผิวถนนที่ เป็นอันตรายต่อการขับขี่ได้
จัดส่งฟรี
เมื่อคุณซื้อถึงขั้นต่ำ 899.-
รับประกันของแท้
สินค้าแท้ 100%
เปลี่ยนคืนได้ง่าย
หากสินค้ามีปัญหา
- การเลือกรายการจะทำให้หน้ารีเฟรชทั้งหมด
- เปิดในหน้าต่างใหม่