รวมเคล็ดลับดูแลรถช่วงหน้าฝนป้องกันรถมีกลิ่นอับ ขับสบายจมูก
เมื่อ Jul 25, 2023การดูแลรถหน้าฝนถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานรถยนต์ทุกคนต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ปัจจัยหลักนอกจากเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว หากรถที่คุณใช้งานเกิดกลิ่นอับชื้นขึ้นมาคงอยู่ไม่เป็นสุขทุกครั้งที่ต้องนั่งอยู่หลังพวงมาลัยแน่ ๆ นอกจากการเช็ดรถหลังฝนตกแล้วก็ยังมีเคล็ดลับดูแลรถแบบง่าย ๆ มาบอกต่อ รับรองว่าช่วยดับกลิ่นในรถได้จริง ไม่ต้องทนทรมานทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร
สาเหตุของการเกิดกลิ่นอับภายในรถยนต์
ก่อนจะไปรู้วิธีดูแลรถหน้าฝนเพื่อจัดการกับปัญหากลิ่นอับไม่พึงประสงค์ก็ควรรู้ถึงสาเหตุและที่มาของกลิ่นเหล่านี้เพื่อดับกลิ่นในรถได้แบบตรงจุดมากสุด ปกติแล้วกลิ่นอับต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์มักมีสาเหตุจากความชื้นสะสมของระบบแอร์เนื่องจากระดับอุณหภูมิเย็น กลิ่นสารอินทรีย์จากชีวะสงเคราะห์จุลินทรีย์จึงมีการระเหยเข้าสู่จมูกเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถ ซึ่งความชื้นสะสมเหล่านี้อาจเกิดได้ทั้งบริเวณคอยล์เย็น ช่องระบายอากาศ หรือกรองแอร์สกปรกมาก หากปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่ทำการดูแลรักษาใด ๆ เลยก็มักเกิดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา สร้างผลกระทบกับสุขภาพของผู้ใช้รถตามมาด้วย
วิธีดูแลรถหน้าฝน บอกลากลิ่นอับในทุกการขับขี่
ใครที่กำลังมองหาเคล็ดลับดูแลรถเพื่อจัดการกับกลิ่นอับชื้นทั้งหลาย ลองนำเอาเทคนิคต่าง ๆ ที่จะบอกต่อไปนี้ใช้งานกันได้เลย เชื่อว่าจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพึงพอใจ เมื่อบวกกับคุณเช็ดรถหลังฝนตกจนสะอาดเอี่ยมแล้ว ขับขี่สู่เส้นทางไหนก็มั่นใจและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ
- หากวันไหนมีแดดจัดมากและตรงกับวันหยุด วันที่ไม่ได้ใช้รถของคุณพอดี ลองนำรถไปจอดตากแดดด้วยการเปิดประตูทุกบานทิ้งไว้ราว 1-2 ชั่วโมง เพื่อกำจัดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- ก่อนดับเครื่องให้ปิดระบบ A/C เพื่อทำการไล่ความชื้นออกไปจากตู้แอร์ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียอันก่อให้เกิดกลิ่นและส่งผลเสียต่อสุขภาพ
- ระดับอุณหภูมิกับพัดลมแอร์ภายในรถต้องปรับให้ถูกหลัก หากปรับอุณหภูมิสูงขึ้นพัดลมแอร์ควรลดระดับลง วิธีนี้จะช่วยลดการเกิดความเย็นสูงภายในตู้แอร์นำมาซึ่งการสะสมของความชื้นและกลิ่นเหม็นอับตามมา
- หมั่นเปลี่ยนไส้กรองแอร์เป็นประจำ (หากเช็กรถกับศูนย์จะมีการเปลี่ยนให้ตลอด) เพราะไส้กรองแอร์เป็นตัวขวางกั้นไม่ให้สิ่งสกปรก เศษฝุ่นผงต่าง ๆ ไปติดกับช่องแอร์ ซึ่งสิ่งที่ติดอยู่มักเป็นแหล่งของเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียสะสม โอกาสเกิดกลิ่นเหม็นอับจึงมีสูงไม่แพ้กัน
อย่างไรก็ตามนอกจากการดูแลรถหน้าฝนเพื่อดับกลิ่นในรถแล้ว ก็ยังมีวิธีแบบง่าย ๆ ใช้อุปกรณ์รอบตัวสำหรับแก้ปัญหาเฉพาะหน้า บอกเลยว่าทุกเทคนิคทำง่าย หาวัสดุไม่ยากด้วย
- ถ่านหุงต้ม วิธีสุดคลาสสิกที่คนไทยใช้งานกันมานานตั้งแต่ดับกลิ่นตู้เย็น และยังสามารถใช้ดับกลิ่นในรถได้อีกต่างหาก ด้วยคุณสมบัติการดูดกลิ่นชั้นยอด ดูดความชื้นเล็กน้อย นำใส่กระป๋องพลาสติกเจาะรูพรุนหรือห่อใส่กระดาษวางไว้กับพื้นรถก็ไม่ติด
- กระดาษหนังสือพิมพ์ ของดีราคาถูก หาซื้อง่ายมาก ลองซื้อมาวางไว้ในรถประมาณ 3 วัน จะช่วยกำจัดกลิ่นกับความชื้นได้ดี เคล็ดลับดูแลรถที่ต้องบอกต่อ
- กากกาแฟตากแห้ง ใครดื่มกาแฟสดประจำอย่าทิ้ง แต่ถ้าใครไม่มีลองไปขอตามร้านกาแฟก็พอได้อยู่ แถมทุกวันนี้บางร้านยังมีการแยกขายต่างหากด้วย กลิ่นหอมโดนใจ
- ใบชาตากแห้ง หลักการจะคล้ายกับกากกาแฟสำหรับใช้ดูแลรถหน้าฝน แต่หาซื้อง่ายกว่าตามร้านสะดวกซื้อเลย
- น้ำส้มสายชู ลองใส่ถ้วยหรือขวดเปิดฝา วางไว้ในรถ หรือใครจะผสมน้ำเปล่าอัตราส่วนเท่ากันทำเป็นสเปรย์แล้วฉีดภายในห้องโดยสารก็ไม่มีปัญหา สังเกตเลยว่าพอแห้งกลิ่นจะเบาลงชัดเจน
- เบกกิ้งโซดา แบ่งออกใส่ไว้บนภาชนะที่หาเองได้อาจเป็นขวดหรือกล่องเจาะรู ทิ้งอยู่บนรถประมาณ 6-12 เดือน ดับกลิ่นได้สบาย ๆ

ไม่แนะนำให้ใช้น้ำหอมในการดับกลิ่นในรถ
บางคนอาจคิดว่าวิธีดูแลรถหน้าฝนไม่เห็นยุ่งยาก แค่ซื้อน้ำหอมปรับอากาศมาใช้งานทุกอย่างก็จบแล้ว แต่ความจริงแม้นี่เป็นเคล็ดลับดูแลรถที่น่าสนใจทว่าไอระเหยของสารภายในน้ำหอมจะลอยตัวภายในอากาศ เกิดการสะสมระหว่างเมือกกับความชื้นท้ายที่สุดมันจะไปเกาะอยู่กับกรองแอร์ คอยล์เย็น เกิดการอุดตันง่าย แอร์ไม่ค่อยเย็นแถมยังทำงานหนักกว่าปกติ
อีกทั้งการสูดดมกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ เป็นเวลานานยังสร้างปัญหาให้กับระบบทางเดินหายใจ เช่น โพรงจมูกอักเสบ ไปจนถึงการแสบผิว แสบตา มึนศีรษะ และอาจเป็นสารตั้งต้นในการเกิดโรคมะเร็งด้วย
รู้แบบนี้แล้วใครกำลังหาวิธีดูแลรถหน้าฝนก็สามารถนำเคล็ดลับดูแลรถเหล่านี้ไปใช้งานเพื่อดับกลิ่นในรถกันได้ตามสะดวกเลย นอกจากทำความสะอาดภายนอกอย่างการเช็ดรถหลังฝนตก ห้องโดยสารภายในก็ต้องใส่ใจไม่แพ้กันเพื่อให้ทุกการขับขี่มีแต่ความสุข ถึงที่หมายปลอดภัยทุกทริป
สินค้าเเนะนำ
[product_category category=”wiper” limit="4" columns=”4″ orderby=”date” order=”desc”].