ข้อควรระวัง ในการขับรถเมื่อฝนตกหนัก
เมื่อ Jul 09, 2024สภาพอากาศตอนในที่ฝนตกหนักก่อให้เกิดอุปสรรคในการขับขี่รถบนท้องถนน อีกทั้งรอยน้ำมันและของเหลวในเครื่องยนต์ก็อาจไหล และลอยอยู่เหนือน้ำฝนบนพื้นถนน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดพื้นผิวถนนที่ เป็นอันตรายต่อการขับขี่ได้ ทำให้รถของคุณสูญเสียความสามารถในการยึดเกาะและเกิดการเหินน้ำได้ หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็อย่าเพิ่งตกใจ ให้ตั้งสติ ทำใจให้สบายเข้าไว้ ออโตโม จึงมีทริคและข้อควรระวังในการขับรถตอนฝนตกหนักและถนนลื่น ที่จะพาคุณฝ่าฤดูฝนนี้ไปอย่างสบายหายห่วง
ทริคการขับรถตอนฝนตกให้ปลอดภัย
เปิดที่ปัดน้ำฝน
หากฝนตกควรเปิดที่ปัดน้ำฝนและควรเปิดใช้งานเป็นอุปกรณ์แรก โดยเริ่มจากระดับกลางแล้วปรับความหน่วงตามระดับของฝนที่ตกลงมาเพื่อเคลียร์ฝนที่ตกลงมาไม่ให้ขวางการมองเห็นของคุณ และต้องไม่ลืมที่จะดูแลยางของที่ปัดน้ำฝนด้วยเช่นกัน หากได้ยินเสียง "เอี๊ยด" หรือที่ปัดน้ำฝนนั้นไม่าสามารถที่จะปัดน้ำฝนออกได้หมด ก็ต้องรีบเปลี่ยนในทันทีเพื่อความปลอดภัยขณะใช้งานเมื่อฝนตกหนัก
ใช้สัญญาณไฟเลี้ยวและทิ้งระยะคันหน้า
ควรเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเตือนผู้ร่วมใช้ถนนก่อนที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน ซึ่งระยะเปิดไฟนั้นควรทิ้งนานกว่าปกติไม่น้อยกว่า 30 เมตร ก่อนเลี้ยวควรจับพวงมาลัย 2 มือ พร้อมลดความเร็วลง เพื่อป้องกันรถยนต์เกิดอาการเหินน้ำ และการเบรกซึ่งจะใช้ระยะทางในการหยุดรถที่มากกว่าบนพื้นถนนที่แห้ง ควรทิ้งช่วงห่างจากรถยนต์คันข้างหน้าในมากกว่าปกติ เพื่อให้มีระยะในการหยุดรถได้อย่างปลอดภัย
จับพวงมาลัย 2 มือ
ควรจับพวงมาลัยทั้งสองมือเพื่อความไม่ประมาท เนื่องจากเวลาที่ฝนตกนั้นถนนมีความลื่นค่อนข้างสูง เพื่อการบังคับรถให้อยู่ในทิศทางที่ปลอดภัยควรจับพวงมาลัยสองมือจนกว่าจะฝ่าพายุฝนไปได้ แต่ถึงแม้ในวันที่ฝนไม่ตก ก็ควรที่จะจับพวงมาลัยทั้งสองมือเพื่อความปลอดภัย
เปิดไฟหน้ารถ
เพื่อให้ไฟท้ายของรถยนต์นั้นทำงานเป็นสัญญาณให้รถยนต์คันที่ขับตามมาจะได้กะระยะห่างของรถได้ถูกและการเปิดไฟหน้ารถจะทำให้ทัศนียภาพในการมองเห็นนั้นชัดเจนมากขึ้น
เปิดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง
เพื่อลดฝ้าที่เกาะกระจกทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนในขณะขับฝ่าฝน ฉะนั้นไม่ควรปิดแอร์แต่ให้ปรับแอร์ให้เย็นขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้อุณหภูมิในห้องโดยสารกับนอกรถที่มีอากาศเย็นจากฝนตกจะได้มีอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกันเพื่อลดฝ้าที่เกิดขึ้น
ข้อควรระวังเมื่อต้องขับรถขณะฝนตก

ไม่ควรเปิดไฟสูง
เชื่อว่าหลายคนมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเมื่อฝนตกหนักจะต้องใช้ไฟสูง แต่ลำแสงของไฟสูงนั้นจะไปทิ่มเข้าที่ดวงตาของผู้ที่ขับรถสวนทางมาจนตาพร่ามัว ฉะนั้นเปิดเพียงไฟต่ำก็เพียงพอสำหรับการมองเห็นในขณะที่ฝนตกแล้ว
ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
ไฟฉุกเฉินหรือไฟกระพริบในขณะฝนตกและรถกำลังวิ่งอยู่นั้น ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด นอกจากจะทำให้ผู้ที่ร่วมทางตามมาหรือสวนไปตาลายเอาได้ ยังทำให้ผู้ที่ขับตามมายากที่จะแยกแยะว่ารถคันหน้ากำลังจอดอยู่หรือกำลังวิ่งอยู่ ไฟฉุกเฉินกะพริบนั้นจะใช้ในกรณี "จอดฉุกเฉิน" เท่านั้น
ไม่ควรลุยน้ำที่ลึกเกินไป
ฝนตกหนักน้ำท่วมพื้นผิวการจราจรส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในระดับที่เกินกว่าปกติในบางพื้นที่และเกินกว่าระดับของรถยนต์ในบางรุ่นที่จะลุยฝ่าไปไม่ได้ เพราะถ้าดันทุรังลุยน้ำในระดับที่เกินกว่าระดับท้องรถจะรับได้จะส่งผลต่อห้องเครื่องทำให้เครื่องยนต์ดับหรือช็อคกลางน้ำทันที ดังนั้นผู้ขับขี่ควรจะต้องประเมินดูอย่าให้เกินกว่าขอบประตูรถด้านล่าง แต่ถ้าเป็นกระบะยกสูง.อาจจะลุยได้สูงมากกว่าปกติโดยประมาณเกือบครึ่งล้อ
ไม่ควรเหยียบเบรกแรงเมื่อไม่จำเป็น
ถนนลื่นตอนที่ฝนตกนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องเจอ การเหยียบเบรกบางคนชอบเหยียบแรงๆ ในยากกระชั้นชิด อาจจะได้ผลกับพื้นถนนที่แห้ง แต่จะใช้ไม่ได้ผลในเวลาที่ฝนตกอย่างแน่นอน เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาจะทำให้การสัมผัสของหนังยางกับพื้นถนนนั้นน้อยลงไปจนอาจส่งผลให้เสียหลักได้ ดังนั้นควรแตะเบรกเบาๆ
ผู้ขับขี่ต้องพึ่งระวังเวลาขับรถออกจากบ้าน เพราะบางครั้งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงทำให้ถนนบางสายนั้นมีน้ำท่วมขังสูงจนไม่สามารถที่จะเดินรถได้ ดังนั้นผู้ใช้รถควรรู้หลักการขับขี่ฝ่าฝนที่ตกในทุกระดับเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเองและผู้ร่วมทางคนอื่น
สินค้าเเนะนำ
[product_category category=”exterior” limit="4" columns=”4″ orderby=”date” order=”desc”].